กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลและสุขภาพ แบบเฉพาะโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (ขายผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (Online))
กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลและสุขภาพ แบบเฉพาะโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (ขายผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (Online))
โดยการเชื่อถือข้อแถลงในใบคําขอเอาประกันภัย ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกรมธรรม์ประกันภัย และ เพื่อเป็นการตอบแทนเบี้ยประกันภัย▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ต้องชําระภายใต้ข้อบังคับ เงื่อนไขทั่วไปและข้อกําหนด ข้อตกลงคุ้มครอง ข้อยกเว้น และเอกสารแนบท้ายแห่งกรมธรรม์ประกันภัย บริษัทให้สัญญากับผู้เอาประกันภัย ดังต่อไปนี้
▇▇▇▇▇▇▇ 1 คําจํากัดความ
ถ้อยคําและคําบรรยายซึ่งมีความหมายเฉพาะ▇▇▇▇▇▇ให้ไว้ในส่วนใดก็ตามของกรมธรรม์ประกันภัย จะถือ เป็นความหมายเดียวกันทั้งหมดไม่ว่าจะปรากฏในส่วนใดก็ตาม เว้นแต่จะได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่นในกรมธรรม์ ประกันภัย
1.1 | กรมธรรม์ ประกันภัย | หมายถึง | ตารางกรมธรรม์ประกันภัย เงื่อนไขทั่วไปและข้อกําหนด ข้อตกลง คุ้มครอง ข้อยกเว้น เอกสารแนบท้าย ใบคําขอเอาประกันภัย ใบสลักหลังกรมธรรม์ประกันภัย และเอกสารสรุปเงื่อนไข ความคุ้มครอง และข้อยกเว้นตาม▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ซึ่งถือเป็น ส่วนหนึ่งแห่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ |
1.2 | บริษัท | หมายถึง | บริษัท วิริยะประกันภัย จํากัด (มหาชน) |
1.3 | ผู้เอาประกันภัย | หมายถึง | บุคคลที่ระบุชื่อเป็นผู้เอาประกันภัยในตารางกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งเป็นบุคคล▇▇▇▇▇▇รับความคุ้มครองตาม▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ |
1.4 | ไวรัสโคโรนา | หมายถึง | ไวรัส▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ใหม่ 2019 (novel coronavirus 2019, 2019-▇▇▇▇, COVID-19, coronavirus disease 2019) ตาม ความหมายขององค์การอนามัยโลก (WHO) |
1.5 | ระยะเวลา▇▇▇ ▇▇▇คุ้มครอง (Waiting Period) | หมายถึง | ระยะเวลา 14 วัน นับจาก▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เริ่มมีผลบังคับ เป็นครั้งแรกซึ่งผู้เอาประกันภัยจะ▇▇▇▇▇▇รับความคุ้มครองตาม ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ |
1.6 | สภาพที่เป็น▇▇▇▇▇▇ การเอาประกันภัย (Pre-existing Condition) | หมายถึง | ▇▇▇▇▇▇▇เจ็บป่วยด้วยโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (รวมถึงภาวะแทรกซ้อน) ที่เกิดขึ้นกับผู้เอาประกันภัยก่อน▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เริ่มมีผลบังคับและยังมิได้รักษาให้หายขาด |
1.7 | การเข้า▇▇▇รักษาตัว ครั้งใดครั้งหนึ่ง | หมาย▇▇▇ | ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล เวชกรรมเพื่อการรักษาในฐานะผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง และให้ รวม▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตัวในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรม สองครั้งหรือมากกว่าด้วยสาเหตุหรือโรคหรือภาวะแทรกซ้อนจาก โรคเดียวกันโดยที่ระยะเวลาการ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตัวในโรงพยาบาลหรือ สถานพยาบาลเวชกรรมแต่ละครั้งห่างกันไม่เกินกว่า 90 วัน นับแต่ การรักษา ครั้งสุดท้ายก็ให้▇▇▇▇▇▇เป็นการเข้า▇▇▇รักษาตัวครั้งเดียวกัน ด้วย |
1.8 | ผู้ป่วยใน | หมายถึง | ผู้ที่จําเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล เวชกรรมติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งต้องลงทะเบียนเป็น ผู้ป่วยใน โดยได้รับการวินิจฉัยและคําแนะนําจากแพทย์ตามข้อบ่งชี้ ซึ่งเป็นมาตรฐานทางการแพทย์และในระยะเวลาที่เหมาะสมสําหรับ การเจ็บป่วยนั้นๆ และให้รวมถึงกรณีรับตัวไว้เป็นผู้ป่วยในแล้วต่อมา เสียชีวิตก่อนครบ 6 ชั่วโมง |
1.9 | โรงพยาบาล | หมายถึง | สถานพยาบาลใดๆ ซึ่งจัดให้บริการทางการแพทย์โดย▇▇▇▇▇▇รับ ผู้ป่วยไว้ค้างคืน และมีองค์ประกอบทางด้านสถานที่มีจํานวน บุคลากรทางการแพทย์▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตลอดจนการจัดการให้บริการที่ ครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีห้องสําหรับการผ่าตัดใหญ่ และได้รับ อนุญาตให้จดทะเบียนดําเนินการเป็นโรงพยาบาลตามกฎหมาย สถานพยาบาลของอาณาเขตนั้นๆ |
1.10 | สถานพยาบาลเวช กรรม | หมายถึง | สถานพยาบาลใดๆซึ่งจัดให้บริการทางการแพทย์ โดย▇▇▇▇▇▇รับ ผู้ป่วยไว้ค้างคืน และได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนดําเนินการเป็น สถานพยาบาลเวชกรรมตามกฎหมายของอาณาเขตนั้นๆ |
1.11 | คลินิก | หมายถึง | สถานพยาบาลแผนปัจจุบัน▇▇▇▇▇▇รับอนุญาตตามกฎหมาย ดําเนินการ โดยแพทย์ทําการรักษาพยาบาล ตรวจวินิจฉัยโรค และไม่▇▇▇▇▇▇รับ ผู้ป่วยไว้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ |
1.12 | มาตรฐานทาง การแพทย์ | หมายถึง | หลักเกณฑ์หรือแนวทางปฏิบัติทางการแพทย์แผนปัจจุบันที่เป็น ▇▇▇▇ และนํามาซึ่งแผนการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยตามความ จําเป็นทางการแพทย์และสอดคล้องกับข้อสรุปจากประวัติการ เจ็บป่วย การตรวจพบ ผลการชันสูตร หรืออื่นๆ (ถ้ามี) |
1.13 | ปีกรมธรรม์ ประกันภัย | หมายถึง | ระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่▇▇▇▇▇▇กรมธรรม์ประกันภัยมีผลบังคับ หรือนับ แต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ประกันภัยปีต่อๆ ไป |
▇▇▇▇▇▇▇ 2 เงื่อนไขทั่วไปและข้อกําหนด
1. ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇
▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เกิด ขึ้ นจากการที่บริ ษั ท เ ชื่ อ ถื อ ข้ อแถลงของผู้เอาประกันภัยใน ใบคําขอเอาประกันภัย และข้อแถลงเพิ่มเติม (ถ้ามี) ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ลงลายมือชื่อให้ไว้เป็นหลักฐานในการ ตกลงรับประกันภัยตาม▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ บริษัทจึงได้ออก▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ไว้ให้
ในกรณี▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇รู้อยู่แล้ว แต่แถลงข้อความอันเป็นเท็จในข้อแถลงตามวรรคหนึ่ง หรือรู้อยู่ แล้วในข้อความจริงใดแต่ปกปิดข้อความจริงนั้นไว้โดยไม่แจ้งให้บริษัททราบ ซึ่งถ้าบริษัททราบข้อความจริงนั้นๆ อาจจะได้จูงใจให้บริษัทเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ยอมทํา▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ จะตกเป็นโมฆียะตามมาตรา 865 แห่ง▇▇▇▇▇▇กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บริษัทมี▇▇▇▇▇บอกล้าง▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇
บริษัทจะไม่ปฏิเสธความรับผิดโดยอาศัยข้อแถลงนอกเหนือจาก▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ได้แถลงไว้ในเอกสาร ตามวรรคหนึ่ง
2. การไม่โต้แย้งหรือคัดค้านความไม่▇▇▇▇▇▇▇ของ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇
บริษัทจะไม่โต้แย้งหรือคัดค้านเรื่องความไม่▇▇▇▇▇▇▇ของ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ เมื่อกรมธรรม์ประกันภัย มีผลบังคับมาเป็นเวลา 2 ปีกรมธรรม์ประกันภัยติดต่อกันขึ้นไป นับแต่▇▇▇▇▇▇กรมธรรม์ประกันภัยมีผลบังคับเป็น ครั้งแรก เว้นแต่การขาดชําระเบี้ยประกันภัย
ในกรณีที่บริษัทได้ทราบข้อมูลอันจะบอกล้าง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ แต่มิได้ใช้▇▇▇▇▇บอกล้าง▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ภายในกําหนด 1 เดือนนับแต่ทราบข้อมูลนั้น บริษัท▇▇▇▇▇▇บอกล้างความ▇▇▇▇▇▇▇ของ▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ในกรณีนี้ได้
3. ความ▇▇▇▇▇▇▇แห่งสัญญาและการเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์ประกันภัย
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ รวมทั้งข้อตกลงคุ้มครองและเอกสารแนบท้าย ประกอบกันเป็น▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ การเปลี่ยนแปลงข้อความใดๆ ในกรมธรรม์ประกันภัย จะต้องได้รับความยินยอมจากบริษัทและได้ บันทึกไว้ใน▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และ/หรือในเอกสารแนบท้ายแล้วจึงจะ▇▇▇▇▇▇▇
4. การตรวจทางการแพทย์
บริษัทมี▇▇▇▇▇ตรวจสอบประวัติการรักษาพยาบาลและการตรวจวินิจฉัยของผู้เอาประกันภัยเท่าที่ จําเป็นกับการประกันภัยนี้ และมี▇▇▇▇▇ทําการชันสูตรพลิกศพในกรณีที่มีเหตุจําเป็นและไม่เป็นการขัดต่อ กฎหมาย โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท
ในกรณี▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ไม่ยินยอมให้บริษัทตรวจสอบประวัติการรักษาพยาบาลและการตรวจวินิจฉัย ของผู้เอาประกันภัยเพื่อประกอบการพิจารณาจ่ายค่า▇▇▇▇▇นั้น บริษัทอาจปฏิเสธความคุ้มครองตาม ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇แก่▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇
5. การจ่ายค่า▇▇▇▇▇
บริษัทจะจ่ายค่า▇▇▇▇▇ ภายใน 15 วันนับแต่▇▇▇▇▇▇บริษัทได้รับหลักฐานแสดงความสูญเสียหรือ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ครบถ้วนและถูกต้องแล้ว หรือในกรณี▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เสียชีวิต บริษัทจะจ่ายให้แก่▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ระบุชื่อไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย
ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเรียกร้องเพื่อให้บริษัทชดใช้ตามกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวข้างต้น ไม่เป็นไปตามข้อตกลงคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัย ระยะเวลาที่กําหนดไว้อาจขยายออกไปอีกได้ตามความ จําเป็น แต่ทั้งนี้จะไม่เกิน 90 วัน นับแต่▇▇▇▇▇▇บริษัทได้รับเอกสารครบถ้วนแล้ว
หากบริษัท▇▇▇▇▇▇จ่ายค่า▇▇▇▇▇ให้แล้วเสร็จ ภายในกําหนดระยะเวลาข้างต้น บริษัทจะรับผิดชดใช้ ดอกเบี้ยให้อีกในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของจํานวนเงินที่ต้องจ่าย ทั้งนี้นับแต่▇▇▇▇▇▇ครบกําหนดชําระ
6. การชําระเบี้ยประกันภัยและการเริ่มความคุ้มครอง
6.1 เบี้ยประกันภัยในปีแรกจะถึงกําหนดชําระทันทีและความคุ้มครองจะเริ่มมีผลบังคับตาม▇▇▇▇▇▇ที่ระบุ ไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย
6.2 เบี้ยประกันภัยในปีต่ออายุ ผู้เอาประกันภัยต้องชําระเบี้ยประกันภัยภายใน 30 วัน นับจาก▇▇▇▇▇▇ ครบกําหนดระยะเวลาการชําระค่าเบี้ยประกันภัย หากมีการชําระเบี้ยประกันภัย ให้▇▇▇▇▇▇ความคุ้มครองตาม กรมธรรม์ประกันภัยในปีต่ออายุเป็นความคุ้มครองต่อเนื่องจากปีก่อนหน้าและบริษัทจะไม่นําเงื่อนไข เรื่อง ระยะเวลา▇▇▇▇▇▇คุ้มครอง (Waiting Period) และเรื่องสภาพที่เป็น▇▇▇▇▇▇การเอาประกันภัย และเรื่องการไม่ โต้แย้งหรือคัดค้านความไม่▇▇▇▇▇▇▇ของ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇มาเริ่มนับใหม่
หากบริษัทยังคงไม่▇▇▇▇▇▇เรียกเก็บค่าเบี้ยประกันภัยดังกล่าวได้ ให้▇▇▇▇▇▇ความคุ้มครองตาม▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เป็นอันสิ้นสุด ณ วันสุดท้ายที่เบี้ยประกันภัยซึ่งได้ชําระมาแล้ว▇▇▇▇▇▇ซื้อความคุ้มครองได้
ในกรณีที่มีเหตุเรียกร้องจํานวนเงินค่า▇▇▇▇▇ใดๆในระยะเวลาผ่อนผัน และบริษัทยัง▇▇▇▇▇▇รับชําระเบี้ย ประกันภัย บริษัทจะหักเบี้ยประกันภัยเป็นจํานวนเท่ากับเบี้ยประกันภัยที่ยัง▇▇▇▇▇▇รับสําหรับงวดการชําระเบี้ย ประกันภัยนั้นออกจากค่า▇▇▇▇▇▇▇▇ต้องชดใช้ตาม▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และจ่ายค่า▇▇▇▇▇ส่วนที่เหลือให้กับ ผู้เอาประกันภัย หรือ ผู้รับประโยชน์
7. การต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัย
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาจต่ออายุได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัท ดังนี้
7.1 กรณีที่บริษัทยินยอมให้มีการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัย บริษัทยัง▇▇ไว้ซึ่ง▇▇▇▇▇ในการ
7.1.1 การปรับอัตราเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงภัยและอายุที่▇▇▇▇▇ขึ้นของผู้ เอาประกันภัย และ
7.1.2 การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการรับประกันภัย เงื่อนไขข้อตกลงคุ้มครองของกรมธรรม์ ประกันภัยในปีที่ต่ออายุได้ตามความจําเป็น โดยบริษัทต้องแจ้งให้ผู้เอาประกันภัยทราบ ▇▇▇▇▇▇เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่เป็นสาระสําคัญตาม▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇
7.2 บริษัท▇▇▇▇▇▇ปฏิเสธการต่ออายุ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ โดยการแจ้งต่อผู้เอาประกันภัยทราบ เป็นลายลักษณ์▇▇▇▇▇ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อน▇▇▇▇▇▇กรมธรรม์ประกันภัยจะสิ้นผลบังคับ ตามที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย
8. การบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย
8.1 บริษัทจะบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้ด้วยการส่งหนังสือ▇▇▇▇▇▇▇▇ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงผู้เอาประกันภัย ตามที่อยู่ครั้งสุดท้ายที่แจ้งให้บริษัททราบ ในกรณีนี้บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยหักเบี้ยประกันภัยสําหรับระยะเวลา ที่กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน
8.2 ผู้เอาประกันภัยจะบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้โดยแจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือ โดย ผู้เอาประกันภัยมี▇▇▇▇▇▇▇▇รับเบี้ยประกันภัยคืนหลังจากหักเบี้ยประกันภัยสําหรับระยะเวลาที่ กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามอัตราเบี้ยประกันภัยระยะสั้นตามตารางที่ ระบุไว้ดังต่อไปนี้
ตารางอัตราเบี้ยประกันภัยระยะสั้น
ระยะเวลาประกันภัย (ไม่เกิน/เดือน) | ร้อยละของ เบี้ยประกันภัยเต็มปี |
1 | 15 |
2 | 25 |
3 | 35 |
4 | 45 |
5 | 55 |
6 | 65 |
7 | 75 |
8 | 80 |
9 | 85 |
10 | 90 |
11 | 95 |
12 | 100 |
9. การสิ้นสุดของ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇โดยอัตโนมัติ
9.1 ณ ▇▇▇▇▇▇กรมธรรม์ประกันภัยสิ้นผลบังคับดังที่ระบุในตารางกรมธรรม์ประกันภัย (กรณีที่ไม่มีการ ต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัย)
9.2 ในปีเอาประกันภัย▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇มีอายุครบ 99 ปี▇▇▇▇▇▇▇▇
9.3 เมื่อ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ชําระเบี้ยประกันภัยตามเงื่อนไขทั่วไปและข้อกําหนดข้อ 6
9.4 เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต
9.5 เมื่อผู้เอาประกันภัยถูกจองจําอยู่ในเรือนจําหรือทัณฑสถาน
สําหรับการสิ้นสุดความคุ้มครอง ตามข้อ 9.4 หรือ 9.5 บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ ผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์ โดยหักเบี้ยประกันภัยสําหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยฉบับ นี้ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน
9.6 ความคุ้มครองภายใต้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ แต่ละความคุ้มครองจะสิ้นสุดเมื่อบริษัทได้จ่าย ค่า▇▇▇▇▇ตามจํานวนเงินเอาประกันภัยสูงสุดที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยของความ คุ้มครองนั้นๆ ครบถ้วนแล้ว โดยบริษัทจะให้ความคุ้มครองต่อไป จนสิ้นสุดระยะเวลาเอา ประกันภัย เฉพาะจํานวนเงินเอาประกันภัยของความคุ้มครองอื่นที่เหลืออยู่เท่านั้น
9.7 ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และการประกันภัยทั้งหลายตาม▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇จะสิ้นสุดในเวลา
24.00 น. ตามเวลาประเทศไทยใน▇▇▇▇▇▇สิ้นสุดของกรมธรรม์ประกันภัย
10. การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ
ในกรณีที่มีข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือข้อเรียกร้องใดๆ ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ ระหว่างผู้มี ▇▇▇▇▇เรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยกับบริษัท และหากผู้มี▇▇▇▇▇เรียกร้อง▇▇▇▇▇▇▇ และเห็นควรยุติข้อพิพาท นั้นโดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ บริษัทตกลงยินยอมและให้ทําการวินิจฉัยชี้ขาดโดยอนุญาโตตุลาการตาม ▇▇▇▇▇▇▇สํานักงานคณะกรรมการกํากับและ▇▇▇▇▇▇▇▇การประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ว่าด้วย อนุญาโตตุลาการ
11. ▇▇▇▇▇▇▇▇ขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย (Free Look Period)
หากผู้เอาประกันภัย▇▇▇▇▇▇▇จะยกเลิก▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ผู้เอาประกันภัยมี ▇▇▇▇▇ขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยและส่งคืน▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇บริษัทภายใน 15 วัน นับตั้งแต่▇▇▇▇▇▇ ได้รับกรมธรรม์ประกันภัยจากบริษัท เว้นแต่บริษัทได้ออกกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยโดยใช้วิธี ทางอิเล็กทรอนิกส์ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ต้องส่งคืนกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่บริษัท ทั้งนี้ ให้▇▇▇▇▇▇กรมธรรม์ ประกันภัยฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันเริ่มต้นของระยะเวลาประกันภัยตามที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ ประกันภัย โดยบริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และบริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัย▇▇▇▇▇▇รับมาทั้งหมดให้กับผู้เอาประกันภัยตามวิธีการ▇▇▇▇▇▇ตกลง ร่วมกันโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
12. ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇
บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่า▇▇▇▇▇ตามเงื่อนไขของ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ก็ต่อเมื่อ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และ/หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าวได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนตาม▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇และเงื่อนไข แห่งกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว
▇▇▇▇▇▇▇ 3 ข้อตกลงคุ้มครอง
ระหว่างที่▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇มีผลบังคับ และเพื่อเป็นการตอบแทนเบี้ยประกันภัย▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ต้องชําระ บริษัทตกลงจะให้ความคุ้มครองสําหรับข้อตกลงคุ้มครองต่อไปนี้
ข้อตกลงคุ้มครอง การเจ็บป่วยด้วยภาวะที่มีสาเหตุมาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือการติดเชื้อไวรัสโคโรนา
(สําหรับกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลและสุขภาพ แบบเฉพาะโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (ขายผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (Online))
ความคุ้มครอง
ในระหว่างที่▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇มีผลบังคับ หากผู้ประกันภัยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์อย่าง ชัดเจนและมีผลตรวจเลือด และ/หรือผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือได้รับการติดเชื้อไวรัส▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇เกิดขึ้นภายหลังระยะเวลา▇▇▇▇▇▇คุ้มครอง (Waiting Period) 14 นับจาก▇▇▇▇▇▇ กรมธรรม์ประกันภัยมีผลบังคับเป็นครั้งแรก และได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเจ็บป่วยด้วยภาวะที่มีสาเหตุมา จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ภาวะใดภาวะหนึ่งตามคํา▇▇▇▇▇▇▇▇กําหนดไว้ต่อไปนี้ บริษัทจะจ่ายค่า▇▇▇▇▇ตามจํานวนเงินเอาประกันภัย ตามที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย
ในกรณี▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เจ็บป่วยด้วยภาวะที่มีสาเหตุมาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือการติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา มากกว่า 1 ภาวะ บริษัทจะจ่ายค่า▇▇▇▇▇ให้เพียงภาวะใดภาวะหนึ่งเท่านั้น
1. ภาวะโคม่า (Coma)
ภาวะโคม่า (Coma) หมาย▇▇▇ ▇▇▇สลบ หรือหมดความรู้สึก▇▇▇▇▇▇รับการวินิจฉัยโดยอายุรแพทย์ หรือ▇▇▇▇▇▇ศัลยแพทย์ (Neurosurgeon) และตรวจพบลักษณะต่อไปนี้ครบทุกข้อ
1.1 ต้องอาศัยเครื่องช่วยชีวิตเพื่อพยุงชีพ
1.2 ไม่มีการตอบ▇▇▇▇ต่อสิ่งเร้าภายนอกอย่างน้อย 96 ชั่วโมง
1.3 ได้รับการประเมินว่าสมองถูกทําลายอย่าง▇▇▇▇ มีผลทําให้ไม่▇▇▇▇▇▇ปฎิบัติกิจวัตร ประจําวันอย่างหนึ่งอย่างใดอย่าง▇▇▇▇ ภายหลัง 30 วัน นับจาก▇▇▇▇▇▇สลบ หรือหมด ความรู้สึก
ทั้งนี้ไม่รวม▇▇▇▇▇▇สลบหรือหมดความรู้สึกที่มีสาเหตุโดยตรงจากการดื่มสุราหรือการใช้ยาในทางที่ ผิด (Drug Abuse)
2. ภาวะสมองตายและระบบ▇▇▇▇▇▇ล้มเหลม (Brain Death and Neurologic Failure) ภาวะระบบสมองตาย และ▇▇▇▇▇▇ล้มเหลว (Brain Death and Neurologic Failure) หมาย▇▇▇ ▇▇▇ที่สมองและระบบ▇▇▇▇▇▇ของร่างกายสูญเสียการทํางานอย่าง▇▇▇▇ ร่างกายไม่▇▇▇▇▇▇ เคลื่อนไหวตอบ▇▇▇▇ต่อสิ่งเร้าใดๆ และต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ตามเกณฑ์ของแพทยสภา
3. ภาวะการเจ็บป่วยระยะสุดท้าย (Terminal Illness)
ภาวะการเจ็บป่วยระยะสุดท้าย (Terminal Illness) หมายถึง ภาวะการเจ็บป่วยซึ่งเป็นการ เจ็บป่วย▇▇▇▇▇▇▇▇▇ไม่มีการรักษาให้หายได้ และได้รับการลงความเห็นจากแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมแผนปัจจุบันผู้ให้การรักษาว่าภาวะการเจ็บป่วยดังกล่าวจะเป็นเหตุให้เสียชีวิต และ/หรือ การเจ็บป่วยด้วยโรคดังต่อไปนี้
3.1 โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ตามความหมายขององค์การอนามัยโลก (WHO)
3.2 โรคหลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรังขั้นรุนแรงหรือโรคปอดระยะสุดท้าย (Severe Chronic Obstructive Pulmonary Disease or End-Stage Lung Disease) หมายถึง โ รค หลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรังขั้นรุนแรง หรือโรคปอดระยะสุดท้าย▇▇▇▇▇▇รับการยืนยันการ วินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินหายใจและมีลักษณะต่อไปนี้ครบทุกข้อ
3.2.1 จําเป็นต้องให้ออกซิเจนตลอดเวลาโดยข้อบ่งชี้ของการให้ออกซิเจนคือ แรงดัน ออกซิเจนในหลอดเลือด▇▇▇▇▇▇▇กว่าหรือเท่ากับ 55 mmHg ขณะหายใจอากาศ ▇▇▇▇
3.2.2 มีค่า Force Expiratory Volume 1st second (FEV1) น้อยกว่า 1 ลิตรอย่าง ต่อเนื่องกันในระยะเวลานานกว่า 2 เดือน
ข้อยกเว้นเฉพาะ (ใช้บังคับเฉพาะข้อตกลงคุ้มครองการเจ็บป่วยด้วยภาวะที่มีสาเหตุมาจากโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา หรือการติดเชื้อไวรัสโคโรนา)
การประกันภัยตามข้อตกลงคุ้มครองนี้ไม่คุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากหรือ สืบเนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้
1. การเจ็บป่วยด้วยภาวะที่มีสาเหตุมาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือการติดเชื้อไวรัส▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇เกิดขึ้น ในระยะเวลา▇▇▇▇▇▇คุ้มครอง (Waiting Period)
2. สภาพที่เป็น▇▇▇▇▇▇การเอาประกันภัย (Pre-existing Condition)
การเรียกร้องค่า▇▇▇▇▇สําหรับข้อตกลงคุ้มครองการเจ็บป่วยด้วยภาวะที่มีสาเหตุมาจากโรคติดเชื้อไวรัสโค โรนา หรือการติดเชื้อไวรัส▇▇▇▇▇▇
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇จะต้องส่งหลักฐานดังต่อไปนี้ให้แก่บริษัทภายใน 30 วัน นับจาก▇▇▇▇▇▇ออกจาก โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรมหรือคลินิก โดยค่าใช้จ่ายของผู้เอาประกันภัย
1. แบบฟอร์มการเรียกร้องค่า▇▇▇▇▇▇▇▇กําหนดโดยบริษัท
2. ใบรายงานแพทย์ที่ยืนยันการเจ็บป่วยด้วยภาวะหรือโรค▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา
3. ผลตรวจเลือด และ/หรือ ผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการ
4. แฟ้มประวัติการรักษาของผู้เอาประกันภัย (ถ้ามี)
5. เอกสารหรือหลักฐานตามที่บริษัทต้องการตามความจําเป็น (ถ้ามี)
การไม่ส่งหลักฐานภายในระยะเวลาดังกล่าว ไม่ทําให้▇▇▇▇▇ในการเรียกร้องเสียไป หากแสดงให้เห็นได้ว่า มีเหตุอัน▇▇▇▇▇▇▇▇ไม่▇▇▇▇▇▇ส่งหลักฐานดังกล่าวได้ภายในระยะเวลาที่กําหนด แต่ได้ส่งโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะ กระทําได้แล้ว
ข้อตกลงคุ้มครอง
การรักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยใน สําหรับโรคที่มีสาเหตุมาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือการติดเชื้อไวรัสโคโรนา
(สําหรับกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลและสุขภาพ แบบเฉพาะโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (ขายผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (Online))
ความคุ้มครอง
หาก▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇รับการวินิจฉัยจากแพทย์อย่างชัดเจนและมีผลตรวจเลือด และ/หรือผลการ ตรวจจากห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือได้รับการติดเชื้อไวรัส▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇เกิดขึ้น ภายหลังระยะเวลา▇▇▇▇▇▇คุ้มครอง (Waiting Period) 14 วันนับจาก▇▇▇▇▇▇กรมธรรม์ประกันภัยมีผลบังคับเป็นครั้ง แรกตาม▇▇▇▇▇▇ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย และต้องต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยในของ โรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลเวชกรรม บริษัทจะจ่ายค่า▇▇▇▇▇สําหรับค่าใช้จ่ายที่จําเป็นและ▇▇▇▇▇ ซึ่ง เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลตามความจําเป็นทางการแพทย์และมาตรฐานทางการแพทย์ ▇▇▇▇ ค่า รักษาพยาบาล ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการพยาบาล ค่าบริการทั่วไป หรือค่ายา เป็นต้น ให้ตามจํานวนเงินที่ จ่ายจริง ทั้งนี้ ไม่เกินจํานวนเงินเอาประกันภัยตามที่ระบุไว้ในตาราง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ หาก▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇รับการชดใช้จากสวัสดิการของรัฐ หรือสวัสดิการอื่นใด หรือจาก การประกันภัยอื่นมาแล้ว บริษัทจะรับผิดชอบเพียงจํานวนเงินค่ารักษาพยาบาล และค่าการพยาบาลส่วนที่ขาด เท่านั้น
ข้อยกเว้นเฉพาะ (ใช้บังคับเฉพาะข้อตกลงคุ้มครองการรักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยใน สําหรับโรคที่มีสาเหตุ มาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือการติดเชื้อไวรัสโคโรนา)
การประกันภัยตามข้อตกลงคุ้มครองนี้ไม่คุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากหรือ สืบเนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้
1. การเจ็บป่วยด้วยโรคที่มีสาเหตุมาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (รวมถึง ภาวะแทรกซ้อน) ที่เกิดขึ้นในระยะเวลา▇▇▇▇▇▇คุ้มครอง (Waiting Period)
2. สภาพที่เป็น▇▇▇▇▇▇การเอาประกันภัย (Pre-existing Condition)
3. การตรวจวินิจฉัย▇▇▇▇▇▇เกี่ยวข้องกับคําวินิจฉัย อาการ หรือภาวะความผิด▇▇▇▇▇▇▇เกี่ยวข้องกับโรคที่มี สาเหตุมาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือการติดเชื้อไวรัสโคโรนา
4. การตรวจรักษาที่ไม่ใช่แผนปัจจุบัน รวมถึงแพทย์ทางเลือก
5. ค่า▇▇▇▇พยาบาลพิเศษ
6. ▇▇▇อุปกรณ์ อุปกรณ์เทียม เครื่องมือทางการแพทย์ และเวชภัณฑ์▇▇▇▇ต่างๆ
การเรียกร้องค่า▇▇▇▇▇สําหรับข้อตกลงคุ้มครองการรักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยใน สําหรับโรคที่มีสาเหตุมา จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือการติดเชื้อไวรัส▇▇▇▇▇▇
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇จะต้องส่งหลักฐานดังต่อไปนี้ให้แก่บริษัทภายใน 30 วัน นับจาก▇▇▇▇▇▇ออกจาก โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรมหรือคลินิก โดยค่าใช้จ่ายของผู้เอาประกันภัย
1. แบบฟอร์มการเรียกร้องค่า▇▇▇▇▇▇▇▇กําหนดโดยบริษัท
2. ใบรายงานแพทย์ที่ระบุว่าเป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา อาการสําคัญ และผล การวินิจฉัย
3. ผลตรวจเลือด และ/หรือ ผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการ
4. ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับที่แสดงรายการค่าใช้จ่าย หรือใบสรุปปิดหน้างบกับใบเสร็จรับเงิน (กรณี เบิกค่ารักษาพยาบาล)
5. แฟ้มประวัติการรักษาของผู้เอาประกันภัย (ถ้ามี)
6. เอกสารหรือหลักฐานตามที่บริษัทต้องการตามความจําเป็น (ถ้ามี)
การไม่ส่งหลักฐานภายในระยะเวลาดังกล่าว ไม่ทําให้▇▇▇▇▇ในการเรียกร้องเสียไป หากแสดงให้เห็นได้ว่า มีเหตุอัน▇▇▇▇▇▇▇▇ไม่▇▇▇▇▇▇ส่งหลักฐานดังกล่าวได้ภายในระยะเวลาที่กําหนด แต่ได้ส่งโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะ กระทําได้แล้ว
ใบเสร็จรับเงินที่แสดงรายการค่าใช้จ่ายต้องเป็นใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ และบริษัทจะคืนต้นฉบับ ใบเสร็จที่รับรองยอดเงินที่จ่ายไป เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยไปเรียกร้องส่วนที่ขาดจากผู้รับประกันภัยรายอื่น แต่ หาก▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇รับการชดใช้จากสวัสดิการของรัฐ หรือสวัสดิการอื่นใด หรือจากการประกันภัยอื่น มาแล้ว ให้ผู้เอาประกันภัยส่งสําเนาใบเสร็จที่มีการรับรองยอดเงินที่จ่ายจากสวัสดิการของรัฐ หรือหน่วยงานอื่น เพื่อเรียกร้องส่วนที่ขาดจากบริษัท
ข้อตกลงคุ้มครอง เงินชดเชยรายวันระหว่างรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรม (สําหรับกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลและสุขภาพ แบบเฉพาะโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา
(ขายผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (Online))
ความคุ้มครอง
หาก▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇รับการวินิจฉัยจากแพทย์อย่างชัดเจนและมีผลตรวจเลือด และ/หรือผลการ ตรวจจากห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันว่าได้รับการติดเชื้อไวรัส▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇เกิดขึ้นภายหลังระยะเวลา▇▇▇▇▇▇คุ้มครอง (Waiting Period) 14 วันนับจาก▇▇▇▇▇▇กรมธรรม์ประกันภัยมีผลบังคับเป็นครั้งแรกตาม▇▇▇▇▇▇ระบุไว้ในตาราง กรมธรรม์ประกันภัย และผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน (IPD) ของโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลเวชกรรม บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยรายวันให้กับผู้เอาประกันภัยสําหรับจํานวน▇▇ ▇▇▇▇เข้า▇▇▇ รักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรมตามความจําเป็นทางการแพทย์และ มาตรฐานทางการแพทย์ ตามจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อ▇▇▇▇▇▇ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย แต่สูงสุดไม่ เกิน 14 วัน ต่อการเข้า▇▇▇รักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง
ข้อยกเว้นเฉพาะ (ใช้บังคับเฉพาะข้อตกลงคุ้มครองเงินชดเชยรายวันระหว่างรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในใน โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรม)
การประกันภัยตามข้อตกลงคุ้มครองนี้ไม่คุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากหรือ สืบเนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้
1. การเจ็บป่วยด้วยโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (รวมถึงภาวะแทรกซ้อน) ที่เกิดขึ้นใน ระยะเวลา▇▇▇▇▇▇คุ้มครอง (Waiting Period)
2. สภาพที่เป็น▇▇▇▇▇▇การเอาประกันภัย (Pre-existing Condition)
การเรียกร้องค่า▇▇▇▇▇สําหรับข้อตกลงคุ้มครองเงินชดเชยรายวันระหว่างรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในใน โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรม
ผู้เอาประกันภัยจะต้องส่งหลักฐานดังต่อไปนี้ให้แก่บริษัทภายใน 30 วัน นับจาก▇▇▇▇▇▇ออกจาก โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรมหรือคลินิก โดยค่าใช้จ่ายของผู้เอาประกันภัย
1. แบบฟอร์มการเรียกร้องค่า▇▇▇▇▇▇▇▇กําหนดโดยบริษัท
2. ใบรายงานแพทย์ที่ระบุว่าเป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา อาการสําคัญ และผลการ วินิจฉัย และระบุจํานวนวันที่พักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรม
3. ผลตรวจเลือด และ/หรือ ผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการ
การไม่ส่งหลักฐานภายในระยะเวลาดังกล่าว ไม่ทําให้▇▇▇▇▇ในการเรียกร้องเสียไป หากแสดงให้เห็นได้ว่า มีเหตุอัน▇▇▇▇▇▇▇▇ไม่▇▇▇▇▇▇ส่งหลักฐานดังกล่าวได้ภายในระยะเวลาที่กําหนด แต่ได้ส่งโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะ กระทําได้แล้ว
ความคุ้มครอง
ข้อตกลงคุ้มครอง ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇การเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ (อ.บ.1)
(สําหรับกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลและสุขภาพ แบบเฉพาะโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (ขายผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (Online))
การประกันภัยนี้คุ้มครองความสูญเสีย หรือความเสียหายอันเกิดจากการบาดเจ็บทางร่างกายของ ผู้เอาประกันภัย โดยอุบัติเหตุและทําให้ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต ภายใน 180 วัน นับแต่▇▇▇▇▇▇เกิดอุบัติเหตุ หรือ การบาดเจ็บ▇▇▇▇▇▇รับทําให้ผู้เอาประกันภัยต้องรักษาตัวติดต่อกันในฐานะผู้ป่วยในในโรงพยาบาล หรือ สถานพยาบาลเวชกรรม และเสียชีวิตเพราะการบาดเจ็บนั้นเมื่อใดก็ดี บริษัทจะจ่ายค่า▇▇▇▇▇ให้ตามจํานวน เงินเอาประกันภัย
ข้อยกเว้นเฉพาะ (ใช้บังคับเฉพาะข้อตกลงคุ้มครอง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇การเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ (อ.บ.1))
1. การประกันภัยนี้ไม่คุ้มครองการเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ อันเกิดจาก หรือสืบเนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้
1.1 การกระทําของผู้เอาประกันภัยขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุรา สารเสพติด หรือยาเสพติดให้โทษจนไม่ ▇▇▇▇▇▇ครองสติได้
คําว่า “ขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุรา” นั้น ในกรณีที่มีการตรวจเลือดให้ถือเกณฑ์มีระดับแอลกอฮอล์ใน เลือดตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป
1.2 การฆ่าตัวตาย ▇▇▇▇▇▇ฆ่าตัวตาย หรือการทําร้ายร่างกายตนเอง
1.3 การได้รับเชื้อโรค ปรสิต เว้นแต่การติดเชื้อโรค หรือบาดทะยัก หรือโรคกลัวน้ํา ซึ่งเกิดจากบาดแผล ▇▇▇▇▇▇รับมาจากอุบัติเหตุ
1.4 ▇▇▇▇▇▇ การรุกราน การกระทําที่มุ่งร้ายของศัตรูต่างชาติ หรือการกระทําที่มุ่งร้าย▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ไม่ว่าจะได้มีการประกาศ▇▇▇▇▇▇หรือไม่ก็ตาม หรือสงครามกลางเมืองซึ่งหมายถึง▇▇▇▇▇▇ระหว่าง ▇▇▇▇▇อาศัย อยู่ในประเทศเดียวกัน การ▇▇▇▇▇▇▇ การกบฏ การจลาจล การนัดหยุด▇▇▇ ▇▇▇ก่อความ วุ่นวาย การ▇▇▇▇▇▇▇ การรัฐประหาร การประกาศกฎอัยการศึก หรือเหตุการณ์ใดๆ ซึ่งจะเป็นเหตุให้ มีการประกาศหรือ▇▇ไว้ ซึ่งกฎอัยการศึก
1.5 การ▇▇▇▇▇▇ร้าย
1.6 การแผ่รังสี หรือการแพร่กัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ หรือจากกากนิวเคลียร์ใดๆ อัน เนื่องมาจากการ▇▇▇ไหม้ของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และจากกรรมวิธีใดๆ แห่งการแตกแยกตัวทาง นิวเคลียร์ซึ่งดําเนินติดต่อไปด้วยตัวเอง
1.7 การระเบิดของกัมมันตภาพรังสี หรือส่วนประกอบของนิวเคลียร์ หรือวัตถุอันตรายอื่นใด▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇ระเบิดในกระบวนการนิวเคลียร์ได้
2. การประกันภัยนี้ไม่คุ้มครองการเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นในเวลาต่อไปนี้
2.1 ขณะ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇แข่งรถหรือแข่งเรือทุกชนิด แข่งม้า แข่งสกีทุกชนิดรวมถึงเจ็ตสกีด้วย แข่งส เก็ต ชกมวย โดดร่ม (เว้นแต่การโดดร่มเพื่อรักษาชีวิต) ขณะกําลังขึ้นหรือกําลังลงหรือโดยสารอยู่ ในบอลลูน หรือ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇บันจี้จั๊มพ์ ดําน้ําที่ต้องใช้ถังอากาศและเครื่องช่วยหายใจใต้น้ํา
2.2 ขณะ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ขับขี่ หรือโดยสารรถจักรยานยนต์
2.3 ขณะ▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇กําลังขึ้นหรือกําลังลง ห รื อโดยสารอยู่ในอากาศยาน▇▇▇▇▇▇▇▇ จดทะเบียนเพื่อบรรทุกผู้โดยสาร และมิได้ประกอบการโดยสายการบินพาณิชย์
2.4 ขณะ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ขับขี่หรือปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานประจําอากาศยานใดๆ
2.5 ขณะ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เข้าร่วมทะเลาะวิวาทหรือมีส่วนยั่วยุให้▇▇▇▇▇▇▇ทะเลาะวิวาท
2.6 ขณะ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ก่ออาชญากรรมที่มีความผิดสถานหนัก หรือขณะถูกจับกุม หรือหลบหนีการ จับกุม
2.7 ขณะ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ปฏิบัติหน้าที่เป็น ทหาร ตํารวจ หรืออาสาสมัคร และเข้าปฏิบัติการใน ▇▇▇▇▇▇ หรือปราบปราม แต่หากการเข้าปฏิบัติการนั้นเกิน 30 วัน บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัย ตั้งแต่ระยะเวลาที่เข้าปฏิบัติการ▇▇▇▇▇▇ หรือปราบปรามนั้น จนถึงวันสิ้นสุดการปฏิบัติการนั้น ส่วนหลังจากนั้นให้กรมธรรม์ประกันภัยมีผลบังคับต่อไปจนสิ้นสุดระยะเวลาประกันภัยที่กําหนดไว้ ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย
การเรียกร้องค่า▇▇▇▇▇สําหรับข้อตกลงคุ้มครอง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇การเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ (อ.บ.1)
ผู้รับประโยชน์ จะต้องส่งหลักฐานดังต่อไปนี้ให้แก่บริษัทภายใน 30 วัน นับจาก▇▇▇▇▇▇ผู้เอาประกันภัย เสียชีวิต โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับประโยชน์
1. แบบฟอร์มการเรียกร้อง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇กําหนดโดยบริษัท
2. ใบมรณบัตร
3. สําเนารายงานชันสูตรพลิกศพ รับรองโดยร้อยเวรเจ้าของคดีหรือหน่วยงานที่ออกรายงาน
4. สําเนาบันทึกประจําวันของตํารวจ รับรองโดยร้อยเวรเจ้าของคดี
5. สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน และสําเนาทะเบียนบ้านประทับ “ตาย” ของผู้เอาประกันภัย
6. สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน และสําเนาทะเบียนบ้านของผู้รับประโยชน์
