Terms of Reference)
ขอบเขตของงาน▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษา
(Terms of Reference)
โครงการ▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษาจัดทําระบบบริหารจัดการ GRC โครงการที่ 1 : GRC Assessment and Tool Evaluation (การประเมิน GRC และเครื่องมอที่เหมาะสม)
สารบัญ
หน้า
7. ข้อกําหนดในการจัดทําและการยื่นเอกสารข้อเสนอ 7
9. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ 9
12. หลักประกันสัญญา (กรณีที่ปรึกษาไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ) 10
13. หลักประกันผลงาน (กรณีที่ปรึกษาเป็นหน่วยงานของรัฐ) 11
16. การรักษาข้อมูลเป็นความลับและลิขสิทธิ์ 12
18. ข้อตกลงและเงื่อนไขอื่นๆ 13
รายละเอียดขอบเขตการดําเนินงาน (TOR) โครงการ▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษาจัดทําระบบบริหารจัดการ GRC โครงการที่ 1 : GRC Assessment and Tool Evaluation (การประเมิน GRC และเครื่องมือที่เหมาะสม)
1. หลักการและเหตุผล
การกํากับดูแลกิจการ (Governance) การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการปฏิบัติ ตามกฎ▇▇▇▇▇▇▇ (Compliance) ซึ่งรวมเรียกว่าการบูรณาการ Governance, Risk and Compliance หรือ GRC เป็นการกํากับดูแลองค์กรให้ดําเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสเละปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ▇▇▇▇▇▇▇ข้อบังคับ เพื่อมุ่งสู่การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการพิจารณาปัจจัยแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก ตลอดจน▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารกลยุทธ์ นโยบาย และหลักการสําคัญต่างๆ ให้ทุกส่วนงานนําไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งครอบคลุมทั้ง “การบริหารความเสี่ยง” (Risk Management) ที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น ตอบ▇▇▇▇การเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงหรือ▇▇▇▇▇โอกาสในการ▇▇▇▇▇วิสัยทัศน์ และกลยุทธ์ที่กําหนดไว้ และ “การปฏิบัติตามกฎหมาย▇▇▇▇▇▇▇ต่างๆ” (Compliance) อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จึงนําหลักการ GRC มาประยุกต์ในองค์กรเพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่าระบบ การควบคุมมีความเหมาะสม การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมี▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ มีการระบุความเสี่ยง และใช้ทรัพยากร ในการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการดําเนินงานตามระบบการประเมินผลการดําเนินงาน รัฐวิสาหกิจ (SE-AM) ด้านการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน หัวข้อ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇และวัฒนธรรม องค์กร โดยให้มีการกําหนดนโยบาย GRC การนํานโยบายไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม รวม▇▇▇▇▇▇วัด▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ของนโยบายเพื่อนํามาปรับปรุงและพัฒนาการดําเนินงาน GRC ของ กฟ▇. ▇▇▇ดําเนินการ▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษาประเมิน ช่องว่าง (Gap) การดําเนินงาน GRC ของ กฟภ. ในปัจจุบัน เพื่อจัดทํากลยุทธ์และแผนงานพัฒนาการบูรณาการ GRC ของ กฟภ. (GRC Strategy and Roadmap) ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้ กฟภ. ▇▇▇▇▇▇ดําเนินงาน GRC ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนการบูรณาการ GRC ด้วยการ กําหนดฐานข้อมูลที่หน่วยงานใช้ร่วมกัน และนําระบบเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการบูรณาการงานด้าน GRC
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อศึกษากรอบการทํางาน GRC ในระดับองค์กรในปัจจุบัน เพื่อวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) การบูรณาการระหว่างการกํากับดูแลกิจการ▇▇▇▇▇ ▇▇▇บริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎ▇▇▇▇▇▇▇ ของ กฟภ.โดยการวัดระดับ GRC ของ กฟภ. เทียบเคียงกับเกณฑ์มาตรฐาน▇▇▇▇
2.2 เพื่อจัดทําสถาปัตยกรรมองค์กรในระดับ Low Level กระบวนการบริหารจัดการและบูรณาการ
GRC เชื่อมโยงกับกระบวนการตรวจสอบภายใน (Internal Audit)
2.3 เพื่อให้ผู้บริหาร กฟภ. และผู้เกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนและเรียนรู้การดําเนินงานบูรณาการ GRC
ของหน่วยงาน/องค์กรชั้นนําของประเทศไทย
2.4 เพื่อจัดทํากลยุทธ์และแผนงานพัฒนาการบูรณาการ GRC ของ กฟภ. ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อปิดช่องว่างและกําหนดแผนงานบูรณาการ GRCที่เหมาะสมกับบริบทของ กฟภ. ทั้ง 3 ระยะ รวมถึงประมาณการงบประมาณที่เหมาะสมที่ต้องใช้ในการดําเนินงานเพื่อให้▇▇▇▇▇ตามวัตถุประสงค์ทั้ง 3 ระยะ
2.5 เพื่อจัดทําข้อเสนอแนะสําหรับการคัดเลือกระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมสําหรับการ บูรณาการงานด้าน GRC
3. ขอบเขตการดําเนินงาน
3.1 จัดทําแผนการดําเนินโครงการ ประกอบด้วย หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ ขอบเขตการดําเนินงาน แนวทางและวิธีการทํางาน หลักการ▇▇▇▇▇▇▇▇▇นํามาใช้เป็นกรอบในการดําเนินงาน โครงสร้างการบริหารงาน บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของบุคลากรในโครงการ รายละเอียดแผนงาน กิจกรรมการดําเนิน งาน ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด กําหนดส่งมอบงาน สรุปรายงานผลลัพธ์ของการดําเนินงาน และรายการเอกสาร ที่ต้องส่งมอบให้กับ กฟภ.
3.2 จัดประชุมเริ่มดําเนินงาน (Kick-off Meeting) เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์และแผนการดําเนินงาน ให้กับผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง จํานวน 1 ครั้ง ระยะเวลา 0.5 ▇▇▇ ▇▇▇▇ในรูปแบบ Onsite และ Online พร้อมทั้ง จัดทํารายงานสรุปผลการจัดประชุม
- ผู้บริหารเข้าร่วมประชุม Onsite อย่างน้อยจํานวน 30 คน
- ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม Online อย่างน้อยจํานวน 40 คน
3.3 ศึกษา รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ภาพรวมกระบวนงาน GRC ของ กฟภ. ประกอบด้วย
3.3.1 ศึกษาและวิเคราะห์ วิสัยทัศน์ ภารกิจ เป้าหมาย ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ นโยบาย แผนงาน และ กระบวนงานที่เกี่ยวข้องกับ GRC อย่างน้อยประกอบด้วย
- กระบวนงานกํากับดูแล การกํากับดูแลของคณะกรรมการและผู้บริหาร การบริหาร จัดการนโยบาย เพื่อการเติบโต▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ขององค์กร ▇▇▇▇ การศึกษาความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อการ จัดทํานโยบายต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการ การจัดลําดับความสําคัญของนโยบายเมื่อพิจารณาความ ต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- กระบวนงานบริหารความเสี่ยง การบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กรแบบ End-to-End ตั้งแต่การกําหนดระดับความเสี่ยง การวิเคราะห์ การตรวจจับ และการจัดการความเสี่ยง ▇▇▇▇ การประเมินความเป็นไปได้ของเหตุการณ์▇▇▇▇▇▇เกิดขึ้นและผลกระทบที่ตามมา
- ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ปฏิบัติตามกฎ ▇▇▇▇▇▇▇ ข้อบังคับ การควบคุม และการตรวจสอบ ภายใน ตั้งแต่กระบวนการวางแผน ตรวจสอบ การติดตามผลการตรวจสอบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องตามแผนการ
ปฏิบัติงาน จนกระทั่งรายงานผลการดําเนินงาน ▇▇▇▇ การควบคุมให้การดําเนินงานเป็นไปตามกฎ ▇▇▇▇▇▇▇ หรือ สัญญาที่วางไว้
- ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตรวจสอบภายใน เพื่อสร้างความ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ โดยการตรวจสอบ ประสิทธิภาพและ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ของกระบวนการควบคุมภายใน กระบวนการกํากับดูแล▇▇▇▇▇ และกระบวนการ บริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติงานต่างๆ อย่างเป็นระบบ รวมทั้งการให้คําปรึกษาอย่างเป็น▇▇▇▇▇ และ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ เพื่อ▇▇▇▇▇คุณค่าและยกระดับกระบวนการปฏิบัติงานให้▇▇▇▇▇เป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ ที่กําหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ
- กระบวนงานจัดการข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสารสนเทศที่สนับสนุน การดําเนินงาน GRC ของ กฟภ. ในการดําเนินงานกํากับดูแล การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตาม กฎ ▇▇▇▇▇▇▇ ข้อบังคับ และระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องในการดําเนินงาน GRC ของ กฟภ.
3.3.2 สัมภาษณ์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และความ คาด▇▇▇▇ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการดําเนินงานด้าน GRC ของ กฟภ. ได้แก่
- คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายในของ กฟภ. โดยการสนทนากลุ่ม (Focus group)
- คณะกรรมการ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการสนทนากลุ่ม
- คณะกรรมการตรวจสอบ โดยการสนทนากลุ่ม
- คณะกรรมการ GRC ของ กฟภ. คณะทํางานย่อย GRC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการ
สนทนากลุ่ม
3.3.3 ศึกษาและวิเคราะห์คู่เทียบ (Benchmarking) องค์กรชั้นนําของประเทศ รวมทั้งจัดทํา
ข้อเสนอแนะเพื่อนํามาใช้เป็นข้อมูลประกอบการบูรณาการ GRC ของ กฟภ. กลุ่มพลังงานอย่างน้อย 1 แห่ง และกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 1 แห่ง
3.4 ระบุช่องว่างและประเมินความเพียงพอ (GAP Analysis and Scoring)
3.4.1 ระบุรายละเอียดช่องว่าง พร้อมทั้งระบุจุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค และโอกาส ในการ ดําเนินงานด้าน GRC โดยใช้เครื่องมือทางวิชาการในการวิเคราะห์
3.4.2 ประเมินระดับ GRC โดยเทียบเคียงกับมาตรฐาน▇▇▇▇▇▇▇เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปทั้งใน ระดับประเทศและระดับ▇▇▇▇
3.4.3 กําหนดกระบวนการ GRC ของ กฟภ. โดยเทียบเคียงกับระบบการประเมินผลการ ดําเนินงานรัฐวิสาหกิจ ตามหลักเกณฑ์การประเมินกระบวนการปฏิบัติงานและการจัดการ Enablers ของ รัฐวิสาหกิจ ของสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง
3.5 คัดเลือกกระบวนการและจัดลําดับความสําคัญ เพื่อออกแบบกรอบและภาพการดําเนินงาน สําหรับ To-be State (GRC Capability Model) ที่สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ช่องว่าง ▇▇▇▇ กําหนดขอบเขต การดําเนินงานและออกแบบกระบวนการในแต่ละส่วนงาน ที่สอดคล้องกับ Policies, Standards and Regulations ▇▇▇▇ การกํากับดูแล การบริหารความเสี่ยง การปฏิบัติตามกฎ▇▇▇▇▇▇▇ ข้อบังคับ รวมทั้ง
การตรวจสอบภายใน จะต้องครอบคลุมการดําเนินงานส่วนไหนบ้าง ต้องเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับข้อมูลจากระบบ ใดบ้าง เป็นต้น เพื่อใช้เป็นตัวตั้งต้นในการคัดเลือกซอฟต์แวร์ ที่▇▇▇▇▇▇ตอบ▇▇▇▇ความต้องการได้ โดยหากมีข้อจํากัดเรื่องความพร้อมของข้อมูลหรือระบบที่เกี่ยวข้องในองค์กรในการกําหนดขอบเขต ต้องมีการวางแผนการทํางานที่ต้องสอดรับกับความพร้อมในการปรับปรุงในแต่ละส่วนงาน ซึ่งจะมีผล กับการตัดสินใจของ กฟภ. ในการเลือกฟังก์ชันหรือฟีเจอร์ (Feature) ของระบบงาน
3.6 จัดทําสถาปัตยกรรมองค์กรในระดับ ระดับ Low Level ในปัจจุบัน (As-is) และใน▇▇▇▇▇ (To-be) ตามผลการศึกษาข้อ 3.3 - 3.5 และมีความเชื่อมโยงกับกระบวนการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย สถาปัตยกรรมทางธุรกิจ (Business Architecture) สถาปัตยกรรมทางระบบ ข้อมูล (Data Architecture) สถาปัตยกรรมทางระบบงาน (Application Architecture) สถาปัตยกรรมทาง เทคโนโลยี ( Technology Architecture) และสถาปัตยกรรมทางความมั่นคงปลอดภัย ( Security Architecture) โดยจัดทําเป็นแผนภาพหรือตารางความ▇▇▇▇▇▇▇▇ ในรูปแบบตามที่ กฟภ. กําหนด
3.7 จัดทําข้อเสนอแนะสําหรับการคัดเลือกระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมสําหรับการบูรณา การงานด้าน GRC โดยเปรียบเทียบข้อดี/ข้อเสีย ที่มีต่อองค์กร ซึ่งต้องสอดคล้องกับความต้องการและตรงตาม วัตถุประสงค์ของการใช้งาน อย่างน้อยจํานวน 3 ระบบ
3.8 จัดทํากลยุทธ์และแผนงานการบูรณาการ GRC ของ กฟภ. โดยจัดทําแผนการดําเนินงาน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อปิดช่องว่าง ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียด กลยุทธ์ แผนงาน ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ ตัวชี้วัด และงบประมาณที่เหมาะสมที่ต้องใช้ในการดําเนินงานเพื่อให้▇▇▇▇▇ตามวัตถุประสงค์ทั้ง 3 ระยะ
3.9 จัดทํารายงานสรุปสําหรับผู้บริหาร (Executive Summary) ประกอบด้วย สรุปผลภาพรวม การดําเนินงาน และข้อเสนอแนะสําหรับการพัฒนาการบูรณาการ GRC ของ กฟภ.
3.10 จัดประชุมชี้แจงถ่ายทอดผลการศึกษา จํานวน 2 ครั้ง โดยมีรายละเอียดดังนี้
3.10.1 การชี้แจงถ่ายทอดผลการศึกษาให้กับคณะกรรมการ กฟภ. จํานวน 1 ครั้ง ระยะเวลา
0.5 วัน ในรูปแบบ Onsite อย่างน้อยจํานวน 20 คน
3.10.2 การชี้แจงถ่ายทอดผลการศึกษาให้กับผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องจํานวน 1 ครั้ง ระยะเวลา
0.5 วัน ในรูปแบบ Onsite อย่างน้อยจํานวน 20 คน และ ในรูปแบบ Online อย่างน้อยจํานวน 30 คน เพื่อสร้าง ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการ บูรณาการ GRC ของ กฟภ. และการนําผลการศึกษาของที่ปรึกษา ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง
▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇ปรึกษา ต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบการชี้แจงให้ครบถ้วน พร้อมทั้งจัดทํารายงานผล การประชุม เพื่อสรุปประเด็นข้อเสนอแนะ และแนวทางการดําเนินงานตามข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการ กฟภ. ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง
3.11 ที่ปรึกษาต้องร่วมชี้แจงกับคณะกรรมการชุดต่างๆ ผู้บริหารและหน่วยงานภายในของ กฟภ. ตลอดระยะเวลาการดําเนินโครงการฯ ในสัญญา▇▇▇▇ และจัดเตรียมเอกสารประกอบการชี้แจงให้ครบถ้วน ทุกครั้ง รวมทั้ง▇▇▇▇▇▇งานกับที่ปรึกษาและผู้พัฒนาระบบอื่นของ กฟ▇. ▇▇▇▇ ผู้พัฒนาระบบของโครงการ
พัฒนาระบบบริหารจัดการงานตรวจสอบภายใน (Internal Audit Management System) ของสํานัก ตรวจสอบภายใน เป็นต้น
4. งบประมาณ
งบประมาณ 13,350,000.00 บาท (สิบสามล้านสามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
5. ระยะเวลาดําเนินงาน
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามข้อ 3.1-3.11 ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 180 วัน นับถัดจาก▇▇▇▇▇▇ คู่สัญญาลงนามในสัญญา
6. คุณสมบัติของที่ปรึกษา
6.1 มีความ▇▇▇▇▇▇ตามกฎหมาย
6.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
6.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
6.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
6.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
6.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ▇▇▇▇▇▇▇ และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
6.7 เป็นนิติบุคคลที่มีสัญชาติไทยผู้มีอาชีพให้บริการงาน▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษา ซึ่งจดทะเบียนไว้กับศูนย์ข้อมูล ที่ปรึกษา กระทรวงการคลัง
6.8 ไม่เป็นผู้มี▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กฟภ. ณ ▇▇▇▇▇▇มีหนังสือ▇▇▇▇▇▇▇ หรือกระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการ▇▇▇▇ ▇▇▇ปรึกษาในครั้งนี้
6.9 ไม่เป็นผู้ได้รับ▇▇▇▇▇▇▇▇▇หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของที่ปรึกษาได้มีคําสั่งให้สละ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ความ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ว่านั้น
6.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อ▇▇▇▇▇▇▇ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ( Electronic Government Procurement : e-GP)
6.11 ต้องมีผลงานประเภท/ลักษณะเดียวกันกับงาน▇▇▇▇▇▇▇ จํานวน 2 โครงการขึ้นไป โดยผลงาน ดังกล่าวจะต้องเป็นผลงานที่แล้วเสร็จ นับจาก▇▇▇▇▇▇ยื่นข้อเสนอไม่เกิน 5 ปี พร้อมแนบหนังสือรับรองผลงานหรือ สัญญา▇▇▇▇ของผลงานดังกล่าวมาในซองข้อเสนอด้านเทคนิค
6.12 ต้องมีบุคลากรผู้มีความรู้ความ▇▇▇▇▇▇▇▇▇เหมาะสมกับตําแหน่งหน้าที่ในจํานวน▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ เพื่อการดําเนินโครงการสําเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ทั้งนี้ อย่างน้อยต้องมี คุณสมบัติ ดังนี้
6.12.1 ผู้จัดการโครงการ การศึกษาตั้งแต่ระดับ▇▇▇▇▇▇โทขึ้นไป ที่มีประสบการณ์ทํางาน ด้านการบริหารจัดการองค์กร/การกํากับดูแลกิจการ▇▇▇▇▇/การบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายในหรือ ที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตโครงการฯ ไม่น้อยกว่า 20 ปี จํานวน 1 คน
6.12.2 หัวหน้าโครงการ การศึกษาตั้งแต่ระดับ▇▇▇▇▇▇โทขึ้นไป ที่มีประสบการณ์ทํางาน ด้านการบริหารจัดการองค์กร/การกํากับดูแลกิจการ▇▇▇▇▇/การบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายในหรือ ที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตโครงการฯ ไม่น้อยกว่า 10 ปี จํานวน 1 คน
6.12.3 นักวิจัย การศึกษาตั้งแต่ระดับ▇▇▇▇▇▇โทขึ้นไป ที่มีประสบการณ์ทํางาน ด้านการบริหาร จัดการองค์กร/การกํากับดูแลกิจการ▇▇▇▇▇/การบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน หรือที่เกี่ยวข้องกับขอบเขต โครงการฯ ไม่น้อยกว่า 10 ปี จํานวน 8 คน
6.12.4 ผู้ช่วยนักวิจัย การศึกษาตั้งแต่ระดับ▇▇▇▇▇▇ตรีขึ้นไป ที่มีประสบการณ์ทํางานไม่น้อยกว่า 5 ปี จํานวน 8 คน
6.13 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอราคาในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
6.13.1 กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
6.13.2 กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
6.13.3 กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า หลักจะต้องเป็นที่ปรึกษาที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลาง
สําหรับข้อตกลงฯ ▇▇▇▇▇▇ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสาร▇▇▇▇▇▇▇
6.13.4 กลุ่มผู้เข้าร่วมค้าต้องแสดงหลักฐานข้อตกลงในการเข้าร่วมค้าระหว่างผู้เข้าร่วมค้าซึ่งต้อง มีข้อความระบุไว้ชัดเจนว่าผู้เข้าร่วมค้าทุกรายยินยอมผูกพันตนในการที่จะรับผิดชอบร่วมกันอย่าง▇▇▇▇ ลูกหนี้ร่วมต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในการดําเนินงาน▇▇▇▇▇▇▇
6.13.5 เอกสารที่ยื่นข้อเสนอจะต้องมีการลงนามของทุกๆ ▇▇▇▇▇▇▇ร่วมการงานนั้น โดยมีผลผูกพัน
ตามกฎหมาย
6.13.6 กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ▇▇▇▇▇▇ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม กิจการร่วมค้า
7. ข้อกําหนดในการจัดทําและการยื่นเอกสารข้อเสนอ
ที่ปรึกษาต้องนําส่งเอกสารข้อเสนอ (Proposal) โดยจัดทําเป็นภาษาไทย จํานวน 5 ชุด (ต้นฉบับ จํานวน 1 ชุด) ประทับตรา “ต้นฉบับ” พร้อมให้ผู้มีอํานวจลงนามกํากับทุกหน้า และสําเนา จํานวน 4 ชุด และ Flash Drive 2 ชิ้น โดยแยกเอกสารแสดงคุณสมบัติที่ปรึกษา ข้อเสนอด้านเทคนิค และข้อเสนอด้านราคา ออกจากกันเป็น 3 ซอง และโปรดระบุประเภทซองให้ชัดเจน ภายในวันเวลาตามที่คณะกรรมการดําเนินการ ▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษากําหนด โดยจัดส่งถึงประธานคณะกรรมการดําเนินการ▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เลขที่ 200 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
7.1 เอกสารแสดงคุณสมบัติที่ปรึกษา
7.1.1 ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(1) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติ บุคคล (รับรองไม่เกิน 1 เดือน) บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง
(2) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล (รับรองไม่เกิน 1 เดือน) หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการบริษัท กรรมการผู้จัดการ ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี) และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง
7.1.2 ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสําเนาสัญญาของ การเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ในข้อ 6.13 ของผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอราคา ในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า”
7.1.3 สําเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สําเนาเลขที่ผู้เสียภาษีอากร สําเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง
7.1.4 ในกรณีที่ปรึกษามอบอํานาจให้บุคคลอื่นกระทําการแทน ให้แนบหนังสือมอบอํานาจ ซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยแนบหลักฐานสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน ของผู้มอบอํานาจ และผู้รับมอบอํานาจ พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง ทั้งนี้หากผู้รับมอบอํานาจ เป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น
7.1.5 สําเนาใบขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา ซึ่งจดทะเบียนไว้กับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษา กระทรวงการคลัง พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง
7.2 ข้อเสนอด้านเทคนิค จะต้องมีเนื้อหาครอบคลุมตามขอบเขตการดําเนินงาน ที่กําหนดไว้
ประกอบด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้
7.2.1 แนวคิดและวิธีการทํางาน (Conceptual and Methodology Approach) กลยุทธ์/ วิธีการทํางาน เกณฑ์ในการศึกษาวิเคราะห์ รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ในการจัดทํา โดยคํานึงถึง วัตถุประสงค์และขอบเขตการดําเนินงานอย่างครบถ้วน รวมทั้งระบุสิ่งที่ต้องส่งมอบให้ ชัดเจน
7.2.2 แผนการดําเนินงาน (Action Plan) ที่แสดงรายละเอียดของแต่ละกิจกรรม ซึ่งสอดคล้อง กับแนวคิดและวิธีการทํางาน วัตถุประสงค์ และเวลาที่กําหนด พร้อมทั้งกําหนดเวลา ทํางานตั้งแต่เริ่มต้นจนแล้วเสร็จในแต่ละกิจกรรม
7.2.3 รายละเอียดของบุคลากรที่จะปฏิบัติงานในโครงการ พร้อมรายละเอียดที่ระบุประวัติ ▇▇▇▇▇▇▇ศึกษา ความรู้ความ▇▇▇▇▇▇ ประวัติการฝึกอบรม ใบรับรองผ่านการฝึกอบรม ที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตงานในโครงการฯ ประสบการณ์การทํางานของบุคลากรใน โครงการฯ และจํานวนผู้ปฏิบัติงาน
7.2.4 ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลงานประเภท/ลักษณะเดียวกันกับงาน▇▇▇▇▇▇▇ จํานวน 2 โครงการขึ้นไป โดยระบุชื่อโครงการ ปีที่ทํางาน วันสิ้นสุดโครงการ โดยผลงานดังกล่าว จะต้องเป็นผลงานที่แล้วเสร็จ นับจาก▇▇▇▇▇▇ยื่นข้อเสนอไม่เกิน 5 ปี พร้อมแนบหนังสือรับรอง ผลงานหรือสัญญา▇▇▇▇ของผลงานดังกล่าว
7.3 ข้อเสนอด้านราคา (ราคาที่เสนอต้องเป็นราคา▇▇▇▇▇▇ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่นและค่าใช้จ่าย
ทั้งปวงแล้ว) ประกอบด้วย
7.3.1 ค่าบริการที่ปรึกษา (ค่าตอบแทนบุคลากร/คน = อัตราเงินเดือนพื้นฐาน x อัตรา ค่าตอบแทน (Mark-up Factor) x ระยะเวลาในการทํางาน)
7.3.2 ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน โดยแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการดําเนินงานแต่ละ รายการตามที่กําหนดไว้ในขอบเขตของงาน
7.3.3 จะต้องเสนอราคาเป็นเงินบาท และเสนอราคารวม ทั้งนี้ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกัน ทั้งแบบตัวเลขและตัว▇▇▇▇▇ และเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ในกรณีที่ตัวเลข และตัว▇▇▇▇▇▇▇▇ตรงกัน จะถือเอาจํานวนที่ให้ไว้เป็นตัว▇▇▇▇▇เป็นจํานวนเงินที่ถูกต้อง
7.3.4 กําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับจาก▇▇▇▇▇▇ยื่นข้อเสนอเป็นต้นไป
8. วิธีการ▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษา
กฟภ. กําหนดวิธีการ▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษาด้วยวิธีการคัดเลือกตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อ▇▇▇▇▇▇▇ และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และ▇▇▇▇▇▇▇กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อ▇▇▇▇▇▇▇และการบริหาร พัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
9. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
กฟภ. จะพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านการตรวจสอบการมี▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ร่วมกัน และมีการยื่น เอกสารครบถ้วนถูกต้องมีคุณสมบัติและข้อเสนอตามเงื่อนไขที่ กฟภ. กําหนด โดยมีหลักเกณฑ์▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇
9.1 ด้านคุณภาพ ร้อยละ 70
(1) วิธีการบริหารและวิธีการปฏิบัติงาน 30 คะแนน
(2) ผลงานและประสบการณ์ของที่ปรึกษา 20 คะแนน
(3) จํานวนบุคลากร 20 คะแนน (จํานวนบุคลากร คุณวุฒิ ประสบการณ์
ของหัวหน้าโครงการ และทีมงานในคณะที่ปรึกษาสอดคล้องตามที่กําหนด)
9.2 ด้านราคา ร้อยละ 30
พิจารณาราคาที่ยื่นข้อเสนอ 30 คะแนน ที่ปรึกษาที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ จะต้องได้คะแนนเกณฑ์ด้านคุณภาพไม่ต่ํากว่า 55 คะแนน
จึงจะได้รับการพิจารณาความเหมาะสมด้านราคา โดย กฟภ. จะคืนซองราย▇▇▇▇▇▇ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ โดยไม่เปิดซองด้านราคา และ กฟภ. จะคัดเลือกที่ปรึกษาจากราย▇▇▇▇▇▇คะแนนรวมด้านคุณภาพและ ราคามากที่สุด
10. การส่งมอบงาน
ที่ปรึกษาจะต้องดําเนินการศึกษาและส่งมอบงานตามเงื่อนไขภายในระยะเวลาที่กําหนด โดยจัดส่ง เอกสารรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นภาษาไทย จํานวน 5 ฉบับ พร้อม Flash Drive จํานวน 5 อัน ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ที่▇▇▇▇▇▇แก้ไข▇▇▇ ▇▇▇▇ MS Word, MS Excel เป็นต้น และ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇แก้ไข▇▇▇ ▇▇▇▇ PDF JPG เป็นต้น ดังนี้
10.1 แผนงานดําเนินโครงการฯ และการจัดประชุมเริ่มดําเนินงาน ตามข้อ 3.1-3.2 ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
10.2 รายงานการดําเนินงานตามขอบเขตงานตามข้อ 3.3-3.5 ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา ดังนี้
10.2.1 รายงานการศึกษา รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ภาพรวมกระบวนงาน GRC ของ กฟภ.
ตามข้อ 3.3
10.2.2 รายงานการระบุช่องว่างและประเมินความเพียงพอ ตามข้อ 3.4
10.2.3 รายงานการคัดเลือกกระบวนการและจัดลําดับความสําคัญ เพื่อออกแบบกรอบและ ภาพการดําเนินงานสําหรับ To-be State ตามข้อ 3.5
10.3 รายงานการดําเนินงานตามขอบเขตงานตามข้อ 3.6-3.8 ภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา ดังนี้
10.3.1 รายงานการจัดทําสถาปัตยกรรมองค์กรในระดับ Low Level ในปัจจุบัน และใน▇▇▇▇▇ และการเชื่อมโยงกับกระบวนการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ตามข้อ 3.6
10.3.2 รายงานการประเมินเครื่องมือที่เหมาะสมสําหรับการบูรณาการงานด้าน GRC ตามข้อ 3.7
10.3.3 รายงานการจัดทํากลยุทธ์และแผนงานพัฒนาการบูรณาการ GRC ของ กฟภ. ตามข้อ 3.8
10.4 รายงานการดําเนินงานตามขอบเขตงานตามข้อ 3.9-3.11 ภายใน 180 วัน นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา ดังนี้
10.4.1 รายงานสําหรับผู้บริหาร ตามข้อ 3.9
10.4.2 รายงานการประชุมชี้แจงถ่ายทอดผลการศึกษา และรายงานการประชุมกับคณะกรรมการ กฟภ. ผู้บริหารและหน่วยงานภายใน กฟภ. ในการดําเนินโครงการฯ ตามข้อ 3.10-3.11
11. การจ่ายเงิน
11.1 งวดที่ 1 จ่ายเงินค่า▇▇▇▇▇▇▇▇ละ 10 ของวงเงิน▇▇▇▇▇▇▇▇ เมื่อที่ปรึกษาดําเนินการตามข้อ 10.1
และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงาน▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษา
11.2 งวดที่ 2 จ่ายเงินค่า▇▇▇▇▇▇▇▇ละ 50 ของวงเงิน▇▇▇▇▇▇▇▇ เมื่อที่ปรึกษาดําเนินการตามข้อ 10.2
และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงาน▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษา
11.3 งวดที่ 3 จ่ายเงินค่า▇▇▇▇▇▇▇▇ละ 20 ของวงเงิน▇▇▇▇▇▇▇▇ เมื่อที่ปรึกษาดําเนินการตามข้อ 10.3 และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงาน▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษา
11.4 งวดที่ 4 จ่ายเงินค่า▇▇▇▇▇▇▇▇ละ 20 ของวงเงิน▇▇▇▇▇▇▇▇ เมื่อที่ปรึกษาดําเนินการตามข้อ 10.4 และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงาน▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษา
12. หลักประกันสัญญา (กรณีที่ปรึกษาไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ)
12.1 ที่ปรึกษาจะต้องวางหลักประกันสัญญาในอัตราร้อยละ 5 (ห้า) ของราคางาน▇▇▇▇ทั้งหมด▇▇▇▇▇▇▇▇ก่อน วันทําสัญญาไม่น้อยกว่า 7 (เจ็ด) วัน โดยใช้หลักประกันสัญญาอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
12.1.1 เงินสด
12.1.2 เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายแก่ กฟภ. ลง▇▇▇▇▇▇เดียวกับ▇▇▇▇▇▇ลงนามในสัญญา หรือก่อนวัน นั้นไม่เกิน 3 วันทําการ ในกรณีที่นําเช็คธนาคารเซ็นสั่ง▇▇▇▇▇▇▇เขต▇▇▇▇▇▇▇▇▇มาวางเป็น
หลักประกัน ผู้รับจ้างจะต้องรับภาระค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการเรียกเก็บเช็คธนาคารฉบับ ดังกล่าวตามค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น
12.1.3 หนังสือค้ําประกันของธนาคารภายในประเทศตามตัวอย่างที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด โดย อาจเป็นหนังสือค้ําประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกําหนดก็ได้
12.1.4 หนังสือค้ําประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์▇▇▇▇▇▇รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่ง ประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบโดยอนุโลม ให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ําประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด
12.1.5 พันธบัตรรัฐบาลไทย
ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการทําหลักประกันสัญญา ที่ปรึกษาเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
12.2 ถ้าหลักประกัน▇▇▇▇▇▇ปรึกษานํามามอบให้ดังกล่าวลดลงหรือเสื่อมค่าลง หรือมีอายุไม่ครอบคลุมถึง ความรับผิดของที่ปรึกษาตลอดอายุสัญญา ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม รวมถึงกรณีที่ปรึกษาส่งมอบงานล่าช้าเป็นเหตุให้ ระยะเวลาแล้วเสร็จ▇▇▇▇▇▇▇▇เปลี่ยนแปลงไป ที่ปรึกษาต้องหาหลักประกันใหม่หรือหลักประกันเพิ่มเติมให้มีจํานวน ครบถ้วน ตามวรรคหนึ่งมามอบให้แก่ กฟภ. ภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับถัดจาก▇▇▇▇▇▇ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟภ.
12.3 หลักประกันสัญญาดังกล่าว กฟภ. จะคืนให้แก่ที่ปรึกษาโดยไม่มีดอกเบี้ย เมื่อที่ปรึกษาพ้นจากข้อผูกพัน และความรับผิดทั้งปวง▇▇▇▇▇▇▇▇นี้แล้ว
13. หลักประกันผลงาน (กรณีที่ปรึกษาเป็นหน่วยงานของรัฐ)
ในการจ่ายเงินให้แก่ที่ปรึกษาแต่ละงวด ผู้▇▇▇▇▇▇▇จะหักเงินจํานวนร้อยละ 5 (ห้า) ของเงินที่ต้องจ่าย ในงวดนั้นเพื่อเป็นประกันผลงาน หรือที่ปรึกษาอาจนําหนังสือค้ําประกันของธนาคารหรือหนังสือค้ําประกัน อิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศซึ่งมีอายุการค้ําประกันตลอดอายุสัญญามามอบให้ผู้▇▇▇▇▇▇▇ ทั้งนี้ เพื่อเป็นหลักประกันแทนก็ได้
ผู้▇▇▇▇▇▇▇จะคืนเงินประกันผลงาน และ/หรือหนังสือค้ําประกันของธนาคารดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง โดยไม่มีดอกเบี้ยให้แก่ที่ปรึกษาพร้อมกับการจ่ายเงินค่า▇▇▇▇งวดสุดท้าย
14. ค่าปรับ
กรณีที่ปรึกษาไม่▇▇▇▇▇▇ดําเนินการแล้วเสร็จตามกําหนดเวลารวมในสัญญา ที่ปรึกษาจะต้องชําระค่าปรับ ให้แก่ กฟภ. เป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคางาน▇▇▇▇ทั้งหมด▇▇▇▇▇▇▇▇นับถัดจาก ▇▇▇▇▇▇ครบกําหนดแล้วเสร็จ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ จนถึง▇▇▇▇▇▇ทํางานแล้วเสร็จจริง หรือ▇▇▇▇▇▇ กฟภ. บอกเลิกสัญญาแล้วแต่กรณี
นอกจากนี้ ที่ปรึกษายอมให้ กฟภ. เรียกค่าเสียหายอันเกิดจากที่ปรึกษาทํางานล่าช้าในส่วนที่เกินกว่า จํานวนค่าปรับ และค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อีกด้วย
15. การ▇▇▇▇▇▇▇▇
ที่ปรึกษาจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่งสัญญานี้ไป▇▇▇▇▇▇▇▇อีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การ▇▇▇▇▇▇▇▇งานแต่บางส่วน▇▇▇▇▇▇รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก กฟภ. แล้ว การที่ กฟภ. ได้อนุญาตให้▇▇▇▇▇▇▇▇ งานแต่บางส่วนดังกล่าวนั้น ไม่เป็นเหตุให้ที่ปรึกษาหลุดพ้นจากความรับผิดชอบหรือพันธะหน้าที่▇▇▇▇▇▇▇▇นี้ และที่ปรึกษาจะยัง▇▇ต้องรับผิดชอบในความผิดและความประมาทเลินเล่อของผู้รับช่วงงาน หรือตัวแทน หรือ ลูกจ้างของผู้รับช่วงงานนั้นทุกประการ
กรณีที่ปรึกษาไป▇▇▇▇▇▇▇▇งานแต่บางส่วนโดยฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ที่ปรึกษาต้องชําระค่าปรับให้แก่ กฟภ. เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 10 (สิบ) ของวงเงินของงาน▇▇▇▇▇▇▇ช่วง▇▇▇▇▇▇▇▇ ทั้งนี้ ไม่ตัด▇▇▇▇▇ กฟภ. ในการบอกเลิกสัญญา
16. การรักษาข้อมูลเป็นความลับและลิขสิทธิ์
16.1 ที่ปรึกษา▇▇▇▇▇▇รับการคัดเลือก ภายใต้นิติกรรมสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือฉบับนี้ต้องรับทราบ และลงนามในสัญญาการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (Non – Disclosure Agreement) และการปฏิบัติตามนโยบาย ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ โดยคู่สัญญาต้องทําความเข้าใจกับ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇โดยละเอียดและลง ลายมือชื่อพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) บรรดางานและเอกสาร▇▇▇▇▇▇ปรึกษาได้จัดทําขึ้นเกี่ยวกับสัญญานี้ให้ถือเป็น ความลับและให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ กฟ▇. ▇▇▇ปรึกษาจะต้องส่งมอบบรรดางานและเอกสารดังกล่าวให้แก่ กฟภ. เมื่อสิ้นสุดสัญญา ที่ปรึกษาอาจเก็บสําเนาเอกสารไว้กับตนได้แต่ต้องไม่นําข้อความในเอกสารนั้น ไปใช้ในกิจการอื่น▇▇▇▇▇▇เกี่ยวกับงานโดย▇▇▇▇▇▇รับความยินยอมล่วงหน้าเป็นหนังสือจาก กฟภ. ก่อน
16.2 กฟภ. เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือ▇▇▇▇▇ในทรัพย์สินทาง▇▇▇▇▇ รวมถึง▇▇▇▇▇ใดๆ ในผลงาน▇▇▇▇▇▇ปรึกษา ได้ปฏิบัติงาน▇▇▇▇▇▇▇▇นี้แต่เพียงฝ่ายเดียว และที่ปรึกษาจะนําผลงาน และ/หรือรายละเอียดของงาน ▇▇▇▇▇▇▇▇นี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ หรือเผยแพร่ในกิจการอื่น นอกเหนือจาก▇▇▇▇▇▇ระบุไว้ในสัญญานี้ ▇▇▇▇▇▇ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก กฟภ. ก่อน
16.3 ที่ปรึกษาจะต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดบทบัญญัติแห่งกฎหมาย หรือการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ▇▇▇▇▇ ในทรัพย์สินทาง▇▇▇▇▇อื่น รวมถึง▇▇▇▇▇ใดๆ ต่อบุคคลภายนอกเนื่องจากการปฏิบัติงาน▇▇▇▇▇▇▇▇นี้ โดยสิ้นเชิง
17. การบอกเลิกสัญญา
17.1 กฟภ. มี▇▇▇▇▇บอกเลิกสัญญาฯ ในกรณีที่ปรึกษาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง และ ไม่▇▇▇▇▇▇ดําเนินการแก้ไขภายใน 30 วัน นับจาก▇▇▇▇▇▇ได้รับแจ้งจาก กฟภ. โดยที่ปรึกษาไม่มี▇▇▇▇▇เรียก ค่าเสียหายใดๆ จาก กฟภ.
17.2 กรณี กฟภ. หมดความจําเป็นที่จะต้อง▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษา กฟภ. มี▇▇▇▇▇บอกเลิกสัญญาได้ โดยที่ปรึกษา ไม่มี▇▇▇▇▇เรียกค่าเสียหายใดๆ จาก กฟภ.
17.3 กรณีที่ปรึกษา▇▇▇▇▇▇รับการคัดเลือก▇▇▇▇▇▇เริ่มทํางานภายในกําหนดเวลา หรือมีเหตุที่เชื่อได้ว่า จะไม่▇▇▇▇▇▇ทํางานให้แล้วเสร็จได้ กฟภ. มี▇▇▇▇▇▇▇▇จะบอกเลิกสัญญาได้ โดยที่ปรึกษามี▇▇▇▇▇เรียกค่า▇▇▇▇ ▇▇▇ได้ทํางานไปแล้วเท่านั้น แต่ไม่มี▇▇▇▇▇เรียกค่าเสียหายใดๆ จาก กฟภ.
18. ข้อตกลงและเงื่อนไขอื่นๆ
18.1 กฟภ. ทรงไว้ซึ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇จะไม่รับราคาต่ําสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือก▇▇▇▇ในจํานวน หรือขนาดเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการคัดเลือกที่ ปรึกษาโดยไม่พิจารณา▇▇▇▇▇▇▇เลยก็ได้สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของ กฟภ. เป็นสําคัญและให้▇▇▇▇▇▇ การตัดสินของ กฟภ. เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆมิได้ รวมทั้ง กฟภ. จะพิจารณา ยกเลิกการคัดเลือกที่ปรึกษา และลงโทษตัด▇▇▇▇▇▇▇▇รับจ้าง และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงานไม่ว่าจะเป็น ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าการเสนอราคากระทําการโดยไม่▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇ การเสนอ เอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอื่นมาเสนอราคาแทน เป็นต้น
18.2 กฟ▇. ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ที่จะงด▇▇▇▇งาน▇▇▇▇▇▇▇ หรืออาจยกเลิกการพิจารณาข้อเสนอครั้งนี้ได้ ทั้งนี้สุดแต่ กฟภ. จะเห็น▇▇▇▇▇ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะไม่อุทธรณ์ใดๆทั้งสิ้น
18.3 ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังจากการยื่นเสนอราคา ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีสิทธ ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ที่มี▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ร่วมกันกับรายอื่น▇▇▇▇▇▇▇เสนอราคา ณ วันยื่นข้อเสนอทางราคาหรือ เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม กฟภ. จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มี▇▇▇▇▇ ▇▇▇รับการคัดเลือกดังกล่าว และจะพิจารณาตัด▇▇▇▇▇▇▇▇รับจ้าง และลงโทษให้เป็นผู้ทิ้งงาน
18.4 เอกสารข้อเสนอ ของผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีความสอดคล้องกับขอบเขตของงาน และเป็นไปตาม ข้อกําหนดต่างๆ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อ▇▇▇▇▇▇▇และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และ▇▇▇▇▇▇▇ กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อ▇▇▇▇▇▇▇และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
18.5 ที่ปรึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ด้วยความ▇▇▇▇▇▇อย่างที่จะพึงคาดหมาย ได้ตามมาตรฐานของผู้มีวิชาชีพเฉพาะ และให้ความร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องในงานอย่างดี
18.6 ที่ปรึกษาจะต้องลงนามในสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ▇▇▇▇▇▇▇และ การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดําเนินการ▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษาแจ้งให้ทราบ หากพ้นระยะเวลาดังกล่าว กฟภ. ขอ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ที่จะยกเลิกการ▇▇▇▇
18.7 กฟ▇. ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขในสัญญานั้นได้ ตามที่เห็น▇▇▇▇▇ก่อนลงนาม ในสัญญา โดยที่ปรึกษา▇▇▇▇▇▇โต้แย้งใดๆ ได้ทั้งสิ้น
18.8 ที่ปรึกษาเป็นผู้รับภาระภาษีเงินได้ ค่าอากรแสตมป์ และภาษีอื่นๆ ยกเว้นภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม
18.9 ที่ปรึกษาจะต้องดําเนินการปรับปรุงแก้ไขงาน จนกว่า กฟภ. เห็นชอบโดย▇▇▇▇▇▇▇▇▇ใช้จ่ายใดๆ
เพิ่มเติม
18.10 ที่ปรึกษาจะจัดให้มีบุคลากรที่มีความรู้และความชํานาญงานมาปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับ▇▇▇▇
▇▇▇ปฏิบัติงาน▇▇▇▇▇▇▇▇นี้และให้สอดคล้องกับขอบเขตของงานของที่ปรึกษาตามที่ระบุไว้ในข้อเสนอ การเปลี่ยนแปลงบุคลากรดังกล่าวจะต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจาก กฟภ. ก่อน
18.11 ในกรณีที่ กฟภ. พิจารณาเห็นว่า การดําเนินงานของบุคลากร▇▇▇▇▇▇ปรึกษาจัดหามาจะก่อให้เกิด ความเสียหายแก่งาน▇▇▇▇▇▇▇▇นี้ หรือพิจารณาแล้วเห็นว่าบุคลากรที่ปรึกษาผู้นั้นมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมใน การดําเนินงาน ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม กฟภ.มี▇▇▇▇▇▇▇▇จะให้ที่ปรึกษาเปลี่ยนบุคลากรบางคนหรือทั้งหมดนั้นได้ และที่ปรึกษาต้องดําเนินการตามความ▇▇▇▇▇▇▇ของ กฟภ. โดย▇▇▇▇
▇▇▇เปลี่ยนบุคลากรตามความในวรรคก่อน ที่ปรึกษาจะต้องเสนอรายชื่อและประวัติบุคลากรที่จะ ปฏิบัติงานแทนนั้นเป็นหนังสือ ต่อ กฟภ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนจะเข้ามาปฏิบัติงาน โดยจะต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าบุคลากรเดิม หาก กฟภ.ไม่ให้ความเห็นชอบ บุคลากรรายใด ที่ปรึกษาจะต้องส่งบุคลากรรายอื่นที่ กฟภ. ให้ความเห็นชอบแล้วมาปฏิบัติงาน โดยที่ปรึกษา จะยกเอาเหตุดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างในการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇ล่าช้ามิได้
18.12 ในกรณีที่คณะที่ปรึกษาที่อยู่ในบัญชีรายชื่อทีมงานของที่ปรึกษาที่เสนอต่อ กฟ▇. ▇▇▇▇▇▇ร่วม ปฏิบัติงานในโครงการนี้ได้ ▇▇▇▇▇▇เปลี่ยนตัวบุคลากรใหม่ โดยต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 6 โดยที่ปรึกษา ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้กับ กฟภ. พิจารณาล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนที่บุคลากรใหม่ของที่ปรึกษา จะเข้ามา ปฏิบัติงานในโครงการ
